
ทำไมทรายแมวจึงมีกลิ่นเหม็น
หนึ่งในปัญหาที่คนเลี้ยงแมวทุกคนต้องเจอคือ กลิ่นจากกระบะทรายแมว ที่เหม็นแรงจนรบกวนทั้งบ้าน ไม่ว่าจะตักก้อนทุกวันหรือเพิ่งเปลี่ยนทรายไม่นาน กลิ่นก็ยังกลับมาอยู่ดี โดยเฉพาะในห้องแอร์หรือคอนโดที่อากาศระบายไม่ดี ปัญหานี้ยิ่งหนักขึ้นไปอีก
จริง ๆ แล้ว การที่ทรายแมวเหม็น ไม่ได้มีแค่สาเหตุเดียว แต่เกิดจากหลายปัจจัยสะสมกัน เรามาดูสาเหตุหลักกันว่าทำไมกระบะทรายถึงมีกลิ่นแรงได้ขนาดนี้
1) กลิ่นแอมโมเนียจากฉี่แมว
ฉี่แมวมีค่าความเข้มข้นสูง และมีส่วนประกอบของ ยูเรีย ที่เมื่อสลายตัวจะกลายเป็น แอมโมเนีย ซึ่งมีกลิ่นฉุน ติดจมูก และกระจายเร็วมาก พอสะสมในทรายสักพัก กลิ่นจะชัดเจนจนลอยออกมาทันที
2) การสะสมของแบคทีเรียในกระบะทราย
บริเวณกระบะทรายเป็นที่อับชื้น และมีอินทรีย์สารจากอึ–ฉี่ ทำให้แบคทีเรียเติบโตอย่างรวดเร็ว แบคทีเรียเหล่านี้เป็นตัวการสำคัญที่ทำให้เกิด กลิ่นเหม็นอับ กลิ่นฉี่แรงกว่าปกติ กลิ่นหมักหมมตอนเปิดฝา ยิ่งปล่อยไว้นาน กลิ่นยิ่งแรงขึ้นแบบทวีคูณ
3) ทรายไม่สามารถย่อยของเสียได้จริง
ทรายแมวส่วนใหญ่มีหน้าที่ ดูดซับ แต่ไม่สามารถ ย่อยสลาย ของเสียได้ ทำให้ ของเสียตกค้างที่ก้นกระบะ กลิ่นสะสมมากขึ้นทุกวัน ต้องเปลี่ยนทรายบ่อยขึ้นเรื่อย ๆ ยิ่งใช้ไปหลายวัน กลิ่นก็ยิ่งแรงแม้เราจะตักก้อนทุกวันแล้วก็ตาม
4) แมวฉี่ซ้ำที่เดิม ทำให้จุดนั้นเหม็นเป็นพิเศษ
แมวหลายตัวมีพฤติกรรมฉี่ซ้ำตำแหน่งเดิม ทำให้บริเวณนั้นอับชื้นและหมักหมมง่าย ส่งผลให้กลิ่นแรงที่สุดในจุดเดียว และลอยฟุ้งทั่วห้อง
5) อากาศร้อนหรือพื้นที่ปิดทำให้กลิ่นแรงขึ้น
อุณหภูมิที่สูงจะเร่งการระเหยของแอมโมเนีย ยิ่งอยู่ใน ห้องแอร์ คอนโด ห้องน้ำอับ ก็จะยิ่งได้กลิ่นชัดแม้ทิ้งไว้นิดเดียว
6) ไม่ทำความสะอาดกระบะส่วนลึก
แม้เราจะตักก้อนออกทุกวัน แต่ส่วนล่างสุดของทรายยังคงมี ปัสสาวะซึมลงไป เศษทรายเปรอะอึ คราบสกปรกเกาะกระบะ ซึ่งเป็นแหล่งสะสมกลิ่นที่ใหญ่ที่สุด
กลิ่นเหม็นไม่ได้มาจากทรายอย่างเดียว แต่มาจากของเสียที่หมักหมม
การตักก้อนอย่างเดียวอาจช่วยได้บางส่วน แต่ไม่สามารถกำจัดกลิ่นจากต้นเหตุได้ เพราะ ของเสียนั้นยังคงซึมอยู่ในทรายชั้นล่างและผนังกระบะ
หากต้องการแก้ปัญหากลิ่นให้ได้ผลจริง ต้องใช้วิธีที่ช่วย “ย่อยสลายกลิ่น” เช่น จุลินทรีย์ดับกลิ่นแมว Kokomoew ที่ช่วยลดแอมโมเนีย ลดแบคทีเรีย และทำให้ทรายใช้ได้นานขึ้นโดยไม่เหม็นเร็ว
